พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ? ทำไมต้องทำ ?

Last updated: Feb 28, 2019  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ? ทำไมต้องทำ ?

การประกันภัยรถยนต์คืออะไร และสำคัญอย่างไร
การประกันภัยรถยนต์เป็นการประกันความเสียหายที่เกิดมาจากการใช้รถยนต์นั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นประโยชน์ตรงที่มันจะช่วยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยการคุ้มครองก็จะแตกต่างไปตามรูปแบบของประกันภัยที่เพื่อน ๆ ซื้อค่ะ


ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร

ถ้าให้พูดให้เข้าใจง่าย ประกันรถยนต์นั้นมี 2 ประเภทค่ะ คือ

1. แบบภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์

2. แบบสมัครใจ

ประกันภัยรถยนต์แบบภาคบังคับ ก็คือ “ประกันภัย พ.ร.บ.” หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ที่เรารู้จักกันนั่นเองค่ะ พ.ร.บ. รถยนต์ แบบนี้จะถูกบังคับให้ทำในรถทุกคัน (ยกเว้นบางประเภทที่ พ.ร.บ.รถยนต์ ระบุเอาไว้)

ส่วนประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ก็คือประกันภัยรถยนต์แบบต่าง ๆ ที่บริษัทประกันภัยเสนอให้เพื่อน ๆ นั่นแหละค่ะ ประกันภัยประเภทนี้เพื่อน ๆ สามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ก็ได้ โดยตัวประกันภัยนี้จะคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวรถ และ/หรือ ความรับผิดตามกฎหมายของเพื่อน ๆ ที่มีต่อบุคคลภายนอกค่ะ

ประกันทั้งสองแบบนั้นให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันค่ะ โดยประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ จะให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของผู้ประสบภัย อันเกิดจากรถที่ทำ พ.ร.บ. รถยนต์ไว้ โดยจะจ่ายสินไหมทดแทน 2 ส่วนคือ
 
ส่วนแรกคือค่าเสียหายเบื้องต้น ที่สามารถจ่ายได้เลยตามค่ารักษาพยาบาลจริง (ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน) และหากเกิดกรณีเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร ก็จะชดเชยให้เบื้องต้น 35,000 บาทต่อคน และจ่ายชดเชยให้เบื้อต้น 35,000 บาทในกรณีเสียชีวิต เพื่อเป็นค่าปลงศพค่ะ

ส่วนที่สองที่ พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองจะเป็นสินไหมทดแทน ที่จะต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิดก่อน โดยสินไหมทดแทนจะถูกเรียกเก็บจากฝ่ายผิดค่ะ ทั้งนี้ ค่ารักษาพยาบาลจะชดเชยสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน และหากเกิดกรณีทุพลภาพถาวรหรือเสียชีวิต พ.ร.บ. รถยนต์จะชดเชยให้เต็มจำนวนคือ 300,000 บาทต่อหนึ่งคน

ต่อมามาดูประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกันค่ะ

ประกันภัยภาคสมัครใจแบ่งออกเป็น 5 ประเภท

ประกันรถยนต์ประเภท 1
แบบนี้ถือว่าเป็นประกันที่ดีที่สุดเลยค่ะ เพราะจะคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งคัน รวมถึงคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถที่เอาประกันภัยในกรณีไม่มีคู่กรณีด้วยค่ะ

ประกันรถยนต์ประเภท 2
ประกันภัยชั้น 2 จะให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับชั้น 1 แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีค่ะ

ประกันรถยนต์ประเภท 3
ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกเพียงอย่างเดียว โดยจะจ่ายสินไหมชดเชยส่วนเกินจากวงเงินสูงสุดที่ พ.ร.บ. รถยนต์ชดเชยให้เท่านั้นค่ะ

ประกันรถยนต์ประเภท 4
ประกันประเภท 4 นี้จะช่วยคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. รถยนต์โดยมีวงเงินจำกัดที่ 1 แสนบาทต่อครั้งเท่านั้นค่ะ

ประกันรถยนต์ประเภท 5
ประกันประเภทนี้เป็นส่วนต่อขยายของบริษัทประกัน ที่จะช่วยขยายคุ้มครองให้บุคคลภายนอก หรือแบบที่เราเคยได้ยินกันว่าแบบ 2+ หรือ 3+ อะไรแบบนั้นแหละค่ะ ประเภท 2+ ก็จะได้รับความคุ้มครองคล้ายกับประเภท 2 แต่จะได้คุ้มครองเพิ่มในวงเงินจำกัดหากเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี ส่วนแบบ 3+ ก็คล้ายกับประเภท 3 แต่จะได้คุ้มครองเพิ่มในวงเงินจำกัดหากเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีเช่นกันค่ะ

อย่างไรก็ดี นอกจากประกันที่กล่าวมาข้างต้น 5 แบบนั้น เพื่อน ๆ อาจจะเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเป็นอย่าง ๆ ไป เช่น ประกันค่ารักษาพยาบาล ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันตัวผู้ขับขี่ ตามที่เพื่อน ๆ ต้องการได้เลยค่ะ

สรุปได้ง่าย ๆ ว่ารถทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. รถยนต์เอาไว้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นประกันรถยนต์ภาคบังคับ ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนที่กลัวว่าความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์นั้นจะไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็สามารถเลือกประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งมีตัวเลือกหลากหลาย แบบที่เหมาะกับความต้องการของเพื่อน ๆ ได้เลยค่ะ

Powered by MakeWebEasy.com